หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด
หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด
Untitled Document
 หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด

ยาฉีดคุมกำเนิด
ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นการคุมกำเนิดชั่วคราว  ฮอร์โมนที่ใช้ในยาฉีดคุมกำเนิดมักเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ชนิดโปรเจสโตรเจน
การคุมกำเนิดชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูง  ออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ได้นาน  และอาการข้างเคียงต่ำ  องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกายอมและจดทะเบียนให้ฮอร์โมนชนิด Depot medroxyprogesterone acetate (DMPA) เป็นยาฉีดสำหรับคุมกำเนิดเมื่อพ.ศ. 2535 ขณะที่ประเทศไทยได้ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2509 ปัจจุบันยาฉีดคุมกำเนิดเป็นที่นิยมและมีแนวโน้มจะใช้เพิ่มขึ้นทั่วโลก ยาฉีดคุมกำเนิดมีหลายชนิดแต่ละชนิดในบทนี้จะกล่าวถึงเฉพาะยาฉีดคุมกำเนิด DMPA ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลาย  และสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน  ส่วนยาฉีดคุมกำเนิดชนิด 1 เดือน และ 2 เดือนยังไม่เป็นที่นิยมใช้ในประเทศไทย

กลไกการป้องกันการตั้งครรภ์

ยาฉีดคุมกำเนิด DMPA มีฤทธิ์ระงับการตกไข่  ทำให้เมือกที่ปากมดลูกเหนียวขึ้น  เชื้ออสุจิจึงผ่านเข้าไปได้ยาก  และยังทำให้สภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะสมกับการฝังตัวของตัวอ่อน  โดยทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีลักษณะบางหรือฝ่อ  นอกจากนี้ยังทำให้หลอดมดลูกบีบตัวน้อยลงทำให้ไข่เดินทางไม่เป็นไปตามปกติ  และลดความสามารถของอสุจิที่จะผสมกับไข่ด้วย

การบริหารยาคุมกำเนิด
ควรเริ่มฉีดภายในวันที่ 1 – 5 ของรอบเดือน  ถ้าเป็นการฉีดหลังคลอดบุตร  ให้ฉีดยาคุมกำเนิดภายหยังคลอดบุตรเป็นเวลา 4 – 6 สัปดาห์  อาจฉีดทันทีหลังคลอด  โดยพบว่ายาฉีด DMPA ไม่ทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง  และไม่มีผลต่อการพัฒนาการของทารก  ภายหลังจากการฉีดยาเข็มแรกควรฉีดเข็มต่อไปทุก 12 สัปดาห์ หรือ 84 วัน

ข้อดีและประโยชน์ของยาฉีดคุมกำเนิด

ยาฉีด DMPA ออกฤทธิ์นานกว่า 3 เดือน ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวันเหมือนยาเม็ดคุมกำเนิด  จึงไม่ต้องกลัวการหลงลืมเหมือนยาเม็ดคุมกำเนิด   ยาฉีดคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพสูง  มีอาการข้างเคียงน้อยทำให้เลือดออกทางช่องคลอดน้อยกว่ารอบระดูปกติ  ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของรับบริการ  นากจากนี้ยาฉีดคุมกำเนิดยังมีประโยชน์ในการรักษาโรคนรีเวชบางชนิด  เช่น  ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ที่ผิดที่ (endometriosis) และลดความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติต่างๆ ทางนรีเวช (ซึ่งคล้ายกับประโยชน์ของยาเม็ดคุมกำเนิด) เช่น  การอักเสบในอุ้งเชิงกราน, โรคมะเร็งรังไข่, และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและช่วยลดอุบัติการณ์ของภาวะโลหิตจาง  เนื่องจากทำให้เลือดออกจากช่องคลอดน้อยลง

ข้อห้ามในการใช้ยาฉีดคุมกำเนิด

สตรีที่มีข้อห้ามในการใช้ยาฉีดคุมกำเนิด ได้แก่

  1. ตั้งครรภ์
  2. มีเลือดออกผิดปกติ จากโพรงมดลูกโดยไม่ทราบสาเหตุ
  3. โรคมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง รวมทั้งมะเร็งเต้านม

สำหรับโรคต่างๆ ต่อไปนี้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาฉีดคุมกำเนิด ก็สามารถใช้ แต่ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และใช้ด้วยความระมัดระวัง  ได้แก่  ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 180/110 มิลลิเมตรปรอท เป็นโรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน, โรคตับที่มีการทำงานของตับเลวลง และเนื้องอกเต้านม ที่ยังไม่ทราบการวินิจฉัย

อาการข้างเคียงของยาฉีดคุมกำเนิด

ยาฉีดคุมกำเนิดมีอาการข้างเคียงค่อนข้างต่ำ  จะขอกล่าวถึงอาการที่พบบ่อยๆ ดังนี้

1. เลือดออกกระปริดกระปรอย
ซึ่งมักพบใน 3 เดือนแรกหลังฉีดยา  หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฉีดเข็มต่อๆ ไป อย่างไรก็ตามควรได้รับการตรวจหาสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีเลือดออกกระปริดประปรอยด้วย  โดยเฉพาะถ้าออกมากหรือออกนาน  การรักษาอาจให้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมรับประทาน 21 เม็ด  แล้วให้หยุด 7 วัน  ถ้ายังเป็นอีกก็ให้ยาเม็ดคุมกำเนิดอีก 2 – 3 เดือน ถ้าไม่ดีขึ้นอาจมีพยาธิสภาพอื่นๆ จึงควรพบแพทย์ตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เลือดออกผิดปกติ

2.
น้ำหนักเพิ่ม
พบว่ายาฉีด DMPA ทำให้สตรีส่วนใหญ่มีน้ำหนักเพิ่ม 1 – 5 กิโลกรัมใน 1 ปี จึงควรรับประทานอาหารที่เหมาะสม  และออกกำลังกายร่วมด้วย  ถ้าน้ำหนักเพิ่มมากหรือรวดเร็ว  โดยไม่มีสาเหตุอื่นอาจเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด

3. ความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลง
ส่วนใหญ่ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกทางเพศ  ดังนั้นหากความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลงควรหาสาเหตุอื่นๆ ก่อน เช่น สุขภาพร่างกายทั่วๆ ไป หรือสุขภาพจิต




หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด
บทความ โดย หมอนพพร


หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด

หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด


หมอนพพร ::: บริษัท นพพร อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด
ความคิดเห็น 
จากคุณ